คาถาพระเจ้า๕พระองค์และ๔ธาตุ
นะโม พุทธายะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ มะ อะ อุ
พระคาถาบทนใช้ได้ทุกอย่าง เมื่อภาวนาพระคาถาบทใดให้ว่า
บทนี้แทรกลงไปด้วยเสมอ จะช่วยเพิ่มความขลังความศักดิ์สิทธิ์ได้ยิ่งขึ้นคระบผม
นะโม พุทธายะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ มะ อะ อุ
พระคาถาบทนใช้ได้ทุกอย่าง เมื่อภาวนาพระคาถาบทใดให้ว่า
บทนี้แทรกลงไปด้วยเสมอ จะช่วยเพิ่มความขลังความศักดิ์สิทธิ์ได้ยิ่งขึ้นคระบผม
หลวงพ่อปาน มอบไว้ให้แก่ผู้เลื่อมใสศรัทธา สวดเพื่อความอุดมสมบูรณ์แห่งทรัพย์สินเงินทอง
ตั้ง นโม 3 จบ
ว่า ๑, ๓, ๕, ๗, ๙, จบ - ยิ่งมากยิ่งได้ผลมาก หรือทำเป็นกรรมฐานได้ยิ่งดี
1.เชื่อมั่นในคุณพระรัตนตรัย, พระปัจเจกโพธิ์และพระคาถา
2.ต้องใส่บาตรแก่พระสงฆ์ทุกวันมิได้ขาดตั้งแต่ 1 องค์ขึ้นไป
หากไม่สะดวกในการใส่บาตร ให้นำเงินตามกำลังใส่กระปุกไว้
เมื่อมีเวลานำเงินถวายเป็นค่าภัตตาหารแก่วัดใดก็ได้
3.ต้องรักษาศีล โดยเฉพาะศีลข้อ ๒ ห้ามลักทรัพย์ และ
ข้อ ๕ ห้ามดื่มสุราฯลฯ โดยเคร่งครัด หมั่นสวดมนต์ไหว้พระ
สม่ำเสมอและสวดพระคาถานี้เวลาเช้าตื่นนอน เวลาค่ำก่อนนอน
และเมื่อมีเวลาว่างเมื่อใดให้สวดพระคาถามิให้ขาด
4.ก่อนใส่บาตรหรือนำเงินใส่กระปุกให้ว่าพระคาถา
เสร็จแล้วให้หาน้ำสะอาดมากรวดให้เจ้าของพระคาถา
สรรพสัตว์และเจ้ากรรมนายเวร
5.คำว่า ๓ ๕ ๗ ๙ จบนั้น จะสวดกี่จบก็ได้ แต่จะต้อง
สวดเสมอกันไป จะสวดน้อยบ้างมากบ้างสลับกันไปไม่ได้
จะไม่เกิดผลเลย แต่พยายามสวดจบที่น้อยไปหามากได้
และสวดเป็นกรรมฐานได้ยิ่งดี
ขอ อโหสิกรรม ๓ภพ
ก่อนที่จะนั่งฝึกสมาธิ วิปัตสนา ผมก็แนะนำสวดบทนี้ครับ
ตั้ง นโม 3 จบ (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ)
ข้าแต่พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรมทั้งปวง พระอรหันต์ พระอริยสงฆ์ทั้งหลายทั้งปวง
บรรดาสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลายทั้งปวง ท่านปู่ ท่านย่าม่านแม่ศรี ท่านแม่จิต ลุงพุฒท้าวเวสสุวัณ มหาราชทั้งสี่ พรหมยมยักษ์ทั้งปวง
เทพวดา พญานาค พญาครุฑทั้งหลายทั้งปวง สิ่งที่คุ้มครองปกป้องรักษาข้าพเจ้า แม่พระธรณี แม่พระคงคา แม่พระพาย แม่พระเพลิง
แม่พระโพสพ พระพิรุณ ครูบาอาจารย์ ผู้ที่มีพระคุณเคารบทั้งหลายทั้งปวง พ่อแม่ปู่ย่าตายายลุงป้าน๊าอาเพื่อนพี่น้อง ลูกญาติวงศ์
ทั้งหลายทั้งปวง ที่มีชีวิตอยู่และที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เป็นญาติก็ดีที่ไม่ใช่ญาติก็ดี ถึงเจ้าหรรมนายเวรที่ผูกจองเวรกันมาที่ฆ่ากันมา
ที่ทำร้ายกันมาที่อาฆาติพยาบาทกัน ที่เบียดเบียนกันมาที่มีโทษกรรมกันมาเพื่อนร่วมงาน งานที่ทำบ้านที่อยู่อาศัยถึงสรรพสัตว์
ทั้งหลายทั้งปวง ที่เคยฆ่ากันมา ที่เคยทำร้ายกันในชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ บรรดานายนิรยบาน สัมพเวสี สัตว์นรก เปรด อสุรกาย
สัตว์เดรฉาน กรรมใดๆที่ทำกับผู้ใดหรือทำกับทรัพย์สินของสงฆ์หรือวัตถุต่างๆ ที่เป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตที่เจตนาหรือที่มิได้เจตนา
ถึงฟ้าคำสาบาน คำสาบแช่ง ทุกชาติทุกภพ สิ่งต่างๆที่ข้าพเจ้ากระทำความผิดที่ประมาท ล่วงเกินมาตั้งแต่ชาติปางก่อน มาจนถึงชาติปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็นการกระทำผิดทาง กายกรรม ทางวจีกรรม,ทางมโนกรรม ทั้งต่อหน้าก็ดีลับหลังก็ดี ข้าพเจ้ากราบขออโหสิกรรมอดโทษ
อดเวรอดกรรม อย่าจองเวรกรรม อย่าได้มีเวรมีกรรม ปลดหนี้กรรมเวร ขอลบล้างหนี้กรรมเวร พ้นจากทุกข์พ้นจากภัยพ้นจากโรคร้าย
พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร ขออโหสิกรรมดว้ยเทอญ
แม้แต่กรรมที่ใครๆทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นการอภัยทานด้วยเดชเดชะพระบารมี ขององค์
สัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรมทั้งปวง พระอรหันต์ พระอริยสงฆ์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้ข้าพเจ้ามีจิตที่บริสุทธิ์ สะอาดแจ่มใส
ธรรมใดที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ได้แล้ว ขอให้ข้าพเจ้ามีดวงตาเห็นธรรมได้รู้ ได้ปฏิบัติธรรมนั้นเข้าสู่พระนิพพาน ด้วยเทอญ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ
(ว่า ๓ จบ)
(ขอนอบน้อมต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้ไกลจากกิเลสควรแก่การกราบไหว้บูชา
เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง ฯ)
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ข้าพเจ้าขอยึดเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ข้าพเจ้าขอยึดเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
(แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
(แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตผู้อื่น)
อทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของ ที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้)
อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการประพฤติล่วงละเมิดพรหมจรรย์ )
มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการพูดคำไม่จริง )
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการดื่มสุราและเครื่องดองของเมา อันเป็น
ที่ตั้งแห่งความประมาทขาดสติ)
วิกาละโภชนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการบริโภคอาหารในเวลากาล )
นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะ-
มัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการฟ้อนรำ จากการขับร้อง จากการประโคม
ดนตรี จากการดูการเล่นชนิดที่เป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ และงดเว้นจากการทัดทรงสวมใส่ประดับตกแต่ง
ด้วยพวงดอกไม้มาลา ของหอม เครื่องย้อมเครื่องทาผิวทั้งหลาย)
อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการนั่งและนอนบนที่นอนสูงและที่นอนใหญ่
ซึ่งภายในยัดด้วยนุ่นหรือสำลี)
อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ
(ทั้งหมดนี้คือหัวข้อที่จะต้องศึกษาและปฏิบัติ ๘ ประการ
สีเลนะ สุคะติง ยันติ
ศีลเป็นปัจจัยให้มีความสุข
สีเลนะ โภคะสัมปะทา
ศีลเป็นปัจจัยให้มีโภคสมบัติ
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ
ศีลเป็นปัจจัยให้เข้าถึงพระนิพพาน
ตัสมา สีลัง วิโสธะเย ฯ
เพราะฉะนั้น จงทำจิตให้สะอาดหมดจดด้วยศีลตลอดกาลทุกเมื่อเถิดฯ)
blog นี้ก็จะเปิดใช้งาน ให้ลูกศิษยมาอ่านธรรมภายในอีกไมานาน
Welcome To Wat Luang Por Parn Dhamma Blog…
we shall be publishing lots of interesting articles soon.